(FWA 2025/12/26)กองปฏิบัติการพิเศษเมืองนิวไทเป (New Taipei City Specialized Operation Brigade) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (NIA) ได้รับข้อมูลข่าวกรองเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับหญิงไทยรายหนึ่ง นามสมมติ นางสาว W ซึ่งมีพฤติการณ์ ลักลอบนำพาแรงงานผิดกฎหมายโดยแอบอ้างการท่องเที่ยว เธอชักชวนเพื่อนร่วมชาติให้เดินทางมาไต้หวันโดยอ้างว่าจะพามาท่องเที่ยว แต่แท้จริงแล้วกลับพามาเพื่อลักลอบทำงาน ทางหน่วยงานจึงได้ร่วมมือกับกองปฏิบัติการพิเศษเมืองไถตง ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานอัยการเขตเถาหยวน จากการสืบสวนพบว่ามีคนไทยที่นางสาว W เป็นนายหน้าพาเข้ามาจำนวน 61 คน และในเดือนพฤศจิกายน 2025 สำนักงานอัยการเขตเถาหยวนได้สั่งฟ้องนางสาว W ในข้อหาละเมิดกฎหมายการจ้างงาน โดยมีพฤติการณ์เป็นนายหน้าจัดหาชาวต่างชาติให้ทำงานโดยผิดกฎหมายเพื่อแสวงหาผลกำไร
จากการสอบสวนของคณะทำงานเฉพาะกิจพบว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 นางสาว W เดินทางไปมาระหว่างไทยและไต้หวันบ่อยครั้ง โดยนำพาคนไทยเข้าเมืองมาด้วยหลายคนในแต่ละรอบ ที่น่าสังเกตคือ เธอมักจะพาบุคคลเหล่านี้ที่มีความตั้งใจจะมาทำงานในไต้หวัน ไปเยี่ยมชมสถานที่ทำงาน ศูนย์กระจายสินค้า และหอพัก โดยบรรจุสถานที่เหล่านี้ลงในโปรแกรมการท่องเที่ยว ซึ่งการดำเนินงานในลักษณะนี้เปรียบเสมือน “กรุ๊ปทัวร์แรงงานเถื่อน”
เจ้าหน้าที่สืบสวนได้เปิดโปงรูปแบบขบวนการนายหน้าเถื่อนครบวงจร โดยนางสาว W จะเรียกเก็บค่านายหน้าจากผู้หางานผิดกฎหมายรายละประมาณ 39,000 บาท จากนั้นจะ “บินมาส่งด้วยตัวเอง” เพื่อพาเข้าไต้หวันในรูปแบบ “การท่องเที่ยว” โดยใช้สนามบินนานาชาติเถาหยวนเป็นจุดผ่านเข้าเมือง และจะนั่งรถสาธารณะไปส่งแรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้ยังสถานีรถไฟใกล้เคียง

ในระหว่างกระบวนการ นางสาว W ได้ช่วยจัดแจงงานกระจายไปทั่วไต้หวัน รวมถึง เถาหยวน ไถจง หนานโถว ไทเป และผิงตง ไม่ว่าจะเป็นสวนผลไม้ ไร่ชา ไซต์งานก่อสร้าง หรือธุรกิจทำความสะอาด ก็สามารถพบเห็นร่องรอยของคนไทยที่ลักลอบทำงานเหล่านี้ได้ทั่วไป
คณะทำงานเฉพาะกิจของกองปฏิบัติการพิเศษเมืองนิวไทเปได้ติดตามเที่ยวบินของนางสาว W และวางกำลังดักซุ่มจับกุมได้สำเร็จขณะที่เธอกำลังพาคนกลุ่มใหม่เดินทางเข้าประเทศ การจับกุมนางสาว W ซึ่งเป็นนายหน้าเถื่อนรายสำคัญนี้ ถือเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงคนไทยที่ตั้งใจจะเข้ามาทำกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (NIA) ได้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่เข้ามาทำกิจกรรมผิดกฎหมาย และมุ่งเป้าจัดการกับตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มนายหน้าเถื่อน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสาธารณะ นายหลิน หง-เอิน (Lin Hung-en) ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้กำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชายึดมั่นในหลักการคุ้มครองกิจกรรมที่ถูกกฎหมายและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย โดยจัดการที่ต้นตอเพื่อ “ตัดมือมืดและถอนรากถอนโคนสิ่งผิดกฎหมาย” แสดงให้เห็นว่าจะไม่มีการผ่อนปรนให้กับนายหน้าเถื่อนที่สร้างความเสียหายต่อสังคม
นายหวง อี้-กัง (Huang Yi-kang) หัวหน้ากองปฏิบัติการพิเศษเมืองนิวไทเป กล่าวว่า NIA จะยังคงร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกวาดล้างเครือข่ายนายหน้าและนายจ้างผิดกฎหมายข้ามชาติ พร้อมทั้งฝากเตือนไปยัง ชาวต่างชาติ ว่าอย่าหลงเชื่อโฆษณา “นายหน้าจัดหางาน” บนโซเชียลมีเดียหรือจากแหล่งที่ไม่รู้จัก เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการจ้างงานผิดกฎหมาย
นายจ้างในไต้หวันที่จ้าง ชาวต่างชาติ ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 150,000 ถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน และหากกระทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ขอให้ประชาชนอย่าฝ่าฝืนกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อย เพราะสิ่งที่เสียไปจะไม่คุ้มกับที่ได้มา
ตามกฎหมายการจ้างงาน ชาวต่างชาติ ห้ามทำงานในไต้หวันโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายจ้าง หากตรวจพบว่าชาวต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย จะถูกปรับระหว่าง 30,000 ถึง 150,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกสั่งให้เดินทางออกนอกประเทศทันที นอกจากนี้ ตามกฎระเบียบคนเข้าเมือง ชาวต่างชาติที่เคยทำงานผิดกฎหมายในไต้หวันจะถูกห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 3 ปี






