(FWA 2026/1/30)ระบบใหม่เกี่ยวกับ การเพิ่มโทษหนักขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ได้เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว กรมทางหลวงระบุว่าข้อบังคับตาม “กฎหมายการจัดการและการลงโทษการจราจรทางบก” และ “ระเบียบการอบรมความปลอดภัยทางจราจรทางบก” ที่แก้ไขและเริ่มใช้เมื่อวันที่ 31 มกราคม ได้เพิ่มอัตราค่าปรับสำหรับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต โดยรถยนต์มีโทษปรับสูงสุด 60,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนรถจักรยานยนต์เพิ่มโทษปรับสูงสุดเป็น 36,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมทั้งมีการยึดรถไว้ชั่วคราว ณ ที่เกิดเหตุ และผู้ฝ่าฝืนทุกคนต้องเข้ารับการอบรมความปลอดภัยทางจราจรทางถนนโดยออกค่าใช้จ่ายเอง นอกจากนี้ ยังมีการระบุว่าในกรณีที่ใบอนุญาตขับขี่ถูกเพิกถอนหรือถูกยกเลิก ไม่สามารถใช้สิทธิ์การแลกเปลี่ยนใบขับขี่ระหว่างประเทศเพื่อขอรับใบขับขี่ใหม่ได้
นอกจากนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืนขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลา 10 ปี จะถูกปรับในอัตราสูงสุด หากทำผิดตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป จะมีการเพิ่มโทษปรับหนักขึ้นโดยคำนวณจากฐานเงินค่าปรับในครั้งก่อนหน้า
กล่าวคือ หากทำผิดซ้ำครั้งที่ 2 ภายใน 10 ปี รถยนต์จะถูกปรับ 60,000 เหรียญไต้หวันทันที และรถจักรยานยนต์จะถูกปรับ 36,000 เหรียญไต้หวัน หากทำผิดครั้งที่ 3 นอกจากค่าปรับในครั้งก่อนหน้าแล้ว จะต้องบวกเพิ่มอีก 12,000 เหรียญไต้หวันทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตัวอย่างเช่น หากครั้งก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตและถูกปรับ 36,000 เหรียญไต้หวัน ครั้งที่ 3 จะถูกปรับเป็น 48,000 เหรียญไต้หวัน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีเพดานสูงสุด เช่น ครั้งที่ 4 จะถูกปรับเป็น 60,000 เหรียญไต้หวัน เป็นต้น
ขยายระยะเวลาคำนวณการทำผิดซ้ำเป็น 10 ปี เริ่มเพิ่มโทษหนักตั้งแต่ครั้งที่ 3
กรมทางหลวงระบุว่าจำนวนคดีการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถิติปี 2025 พบว่ามีเยาวชนขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตประมาณ 20,000 ราย และผู้ใหญ่ประมาณ 260,000 ราย เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขระเบียบการอบรมความปลอดภัย กรมทางหลวงได้เพิ่ม “หลักสูตรสำหรับผู้ฝ่าฝืนขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต” โดยเป็นการอบรม 3 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียมชั่วโมงละ 200 เหรียญไต้หวัน เนื้อหาครอบคลุม “การระบุความเสี่ยงบนท้องถนน” “คำแนะนำการสอบใบขับขี่” และ “กฎหมายจราจร (รวมถึงความรับผิดทางกฎหมาย)” นอกเหนือจากการช่วยให้ผู้ฝ่าฝืนกลับเข้าสู่ระบบการขับขี่ที่ถูกต้องแล้ว ยังมีการรณรงค์เกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่งและอาญาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการใช้ระบบช่วยขับขี่อย่างถูกต้อง
กรมทางหลวงระบุว่า ตามมาตรา 24 วรรค 3 ของกฎหมายการจัดการและการลงโทษการจราจรทางบก ผู้ที่ไม่เข้ารับการอบรมความปลอดภัยตามกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันควร จะถูกปรับ 1,800 เหรียญไต้หวัน หากมีการแจ้งเตือนแล้วยังไม่มาเข้ารับการอบรมภายใน 6 เดือน ผู้ขับขี่รถยนต์จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 6 เดือน (ห้ามสอบ) และสำหรับเจ้าของรถจะถูกสั่งพักใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นเวลา 6 เดือน
คุณอู๋จี้จวน หัวหน้าฝ่ายกำดูแลของกรมทางหลวง อธิบายว่าสำหรับการทำผิดของ คนต่างชาติ นอกจากการปรับตามกฎหมายแล้ว กรมทางหลวงจะประสานงานผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอข้อมูลและส่งหนังสือแจ้งการอบรม ผู้ฝ่าฝืนสามารถสแกน qr code บนหนังสือแจ้งเพื่อนัดหมายเข้ารับการอบรมได้ นอกจากสถานีขนส่ง 37 แห่งทั่วไต้หวันแล้ว ยังมีสถาบันที่ได้รับมอบหมายอีก 60 แห่ง (เช่น โรงเรียนสอนขับรถ) ที่สามารถเข้ารับการอบรมได้ แม้ปัจจุบันการอบรมจะเป็นภาษาจีนเท่านั้น แต่ในระหว่างการอบรมจะมีการให้ข้อมูลสำคัญและคำแนะนำเกี่ยวกับการสอบใบขับขี่ รวมถึงมีแนวข้อสอบและข้อสอบจริงในรูปแบบหลายภาษาให้บริการ
กรมทางหลวงขอความร่วมมือจากสาธารณชน โดยระบุว่าค่าปรับสำหรับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตได้เปลี่ยนจากเดิม 6,000–24,000 เหรียญไต้หวัน เป็นแบบไม่มีเพดานสูงสุดแล้ว ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตนั้นสูงมาก จึงหวังว่าหลักสูตรการอบรมใหม่นี้จะช่วยแนะแนวทางให้ผู้ฝ่าฝืนไปสอบใบขับขี่ผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนมีทักษะการขับขี่และมีจิตสำนึกทางกฎหมายที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันรักษาความปลอดภัยทางจราจร
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้แก้ไข “กฎระเบียบความปลอดภัยทางจราจรทางบก” ไปพร้อมกัน โดยผู้ขับขี่รถยนต์ที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรจนถูกเพิกถอน ยกเลิก หรือห้ามสอบใบขับขี่ หรืออยู่ระหว่างการสั่งพักใช้ใบอนุญาต คนต่างชาติ ไม่สามารถใช้สิทธิ์การแลกเปลี่ยนใบขับขี่ระหว่างประเทศเพื่อเลี่ยงกฎระเบียบการจัดการได้
คนต่างชาติห้ามใช้สิทธิ์แลกเปลี่ยนใบขับขี่เพื่อเลี่ยงกฎระเบียบ จำนวน คนต่างชาติ
ในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ณ สิ้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเกินหนึ่งล้านคน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอุบัติเหตุทางจราจรของคนต่างชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตามสถิติของสำนักงานตรวจสอบแห่งชาติ จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางจราจรที่มีคนต่างชาติเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นจาก 6,213 รายในปี 2019 เป็น 13,004 รายในปี 2024 โดยส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์และรถจักรยานไฟฟ้า
จำนวน คนต่างชาติ ที่สมัครสอบภาคปฏิบัติสำหรับรถจักรยานยนต์ขนาดปกติก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน จาก 14,236 รายในปี 2019 สู่จุดสูงสุดที่ 30,493 รายในปี 2022 ส่วนในปี 2023 และ 2024 ยังคงมีผู้สมัครสอบมากกว่า 28,000 รายและ 26,000 รายตามลำดับ แต่อัตราการสอบผ่านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคงอยู่ที่ประมาณ 60% เท่านั้น





